UFABETWINS 17 ปี 40 คน : “ปาแลร์โม่” สโมสรในอิตาลีที่ตั้งโค้ชแบบวนลูปวนไปวนมา

UFABETWINS

UFABETWINS จะมีทีมไหนที่ปลดโค้ชคนเดิมออกจากตำแหน่ง 4 ครั้ง แถมยังด่าแบบสาดเสียเทเสีย

แต่กลับยังยื่นสัญญากลับมาให้ทีมทีมใหม่อีก 4 หน และเปลี่ยนโค้ช 11 คนใน 2 ฤดูกาลอย่าง ปาแลร์โม่ อีกไหมบนโลกนี้?ในขณะที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และ อาร์แซน เวนเกอร์ ทำทีม ๆ เดียวได้ยาวนานกว่า 2 ทศวรรษ แต่ที่ ปาแลร์โม่ กลับเปลี่ยนโค้ชถึง 40 ครั้งภายในเวลาแค่ 17 ปีเท่านั้น เราคิดว่าไม่น่าจะมีการปลดและตั้งโค้ชที่ระห่ำกว่านี้อีกแล้ว และนี่คือเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังกับเหตุผลที่ว่าทำไมพวกเขาจึงเปลี่ยนโค้ชเหมือนเปลี่ยนเสื้อผ้าได้ขนาดนี้ ? ทุกๆอย่าง เริ่มจากคนๆเดียว สำหรับวงการฟุตบอลอิตาลีมีเรื่องที่ชวนคาดไม่ถึงมากมายเหลือเกิน และหนึ่งในนั้นคือเรื่องราวของสโมสร ปาแลร์โม่ นับตั้งแต่ปี 2002 เป็นต้นมาที่ทีมได้ขึ้นมาสู่ลีกสูงสุดของประเทศโดยการบริหารของประธานผู้มาใหม่ เมาริซิโอ ซามปารินี่ ชายผู้เขียนเรื่องราวให้กับสโมสรของตนเองได้ซับซ้อนและหักมุมยิ่งกว่าผู้กำกับหนังฮอลลีวู้ดคนไหน ๆ ซามปารินี่ จัดว่าเป็นนักธุรกิจในระดับเศรษฐี มีธุรกิจในมือมากมายโดยเฉพาะการบริหารห้างสรรพสินค้าชื่อดัง

UFABETWINS

อย่าง Emmezeta ก่อนที่เขาจะเริ่มสนใจธุรกิจทำทีมฟุตบอลในช่วงปี 1987 โดยเป็นการซื้อทีมล้มละลายที่ชื่อว่า เวเนเซีย และปลุกชีพให้ เวเนเซีย ที่เล่นในระดับดิวิชั่น 4 ของประเทศ ก้าวขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดอย่าง เซเรีย อา ได้ในเวลาแค่ไม่กี่ปี เมื่อสร้างมูลค่าทีมได้จากการเลื่อนชั้น ซามปารินี่ ก็ขาย เวเนเซีย ให้กับกลุ่มทุนใหม่เพื่อเอากำไรในปี 2002 ซึ่งถือว่าเป็นยุครุ่งเรืองของฟุตบอลอิตาลี แต่ความมันในอารมณ์กับการทำทีมฟุตบอลยังฝังใจ เขายังคงชื่นชอบการถูกสรรเสริญจากแฟนฟุตบอลเหมือนกับตอนที่ทำ เวเนเซีย เขาเลยรวบรวมทุนอีกครั้งเพื่อซื้อทีมเล็ก ๆ ในลีกรองอย่าง ปาแลร์โม่ ที่มีตระกูล เซนซี่ (เจ้าของของ โรม่า ในเวลานั้น) เป็นเจ้าของ จุดประสงค์ของ ซามปารินี่ ก็เพื่อต้องการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับทีม และนั่นเองคือจุดที่เรื่องราวทั้งหมดเริ่มถูกเขียนขึ้นอย่างออกรส หากจะเริ่มให้ถูกต้องเราควรเริ่มที่ ซามปารินี่ บริหารทีมแบบไหน เป็น CEO ประเภทใด … และคำตอบคือ “เขาเป็นคนแก่ขี้เอาแต่ใจ” คำนี้ง่ายที่สุดที่จะ

อธิบายถึงการทำงานในแบบ ซามปารินี่ เขาอยากได้อะไรต้องได้ … ใครขัดคอเมื่อไหร่รับรองว่ารู้เรื่องภายในเวลาไม่กี่วันแน่นอนซามปารินี่ เข้ามาสู่ทีมในปี 2002 โดยตั้งเป้าหมายว่าวันหนึ่งจะได้แชมป์สคูเด็ตโต้ให้ได้ และจุดแข็งของเขาคือการพยายามขยายเครือข่ายหาผู้สนับสนุนเข้ามาช่วยให้ทีมมีเงินซื้อตัวนักเตะเข้ามาเสริมทัพ และแน่นอนว่าการอยู่ในวงการมานานตั้งแต่ปี 1987 เส้นสายคอนเน็คชั่นของ ซามปารินี่ จัดว่ากว้างไกล เขามีทีมงานที่เชื่อใจได้และพร้อมรับอารมณ์ของเขา รวมถึงมีความสนิทสนมกับเหล่าเอเย่นต์ที่พร้อมจะนำของดีมามอบให้เขาอีกด้วย แม้การมีคอนเนคชั่นที่ดีจะทำให้ทีมมีเงินทุนไว้คอยดึงตัวนักเตะมาร่วมทัพ แถมยังมีเอเย่นต์มือดีที่ชื่อว่า จอห์น วิโอล่า ขนาบข้าง ณ ตอนนั้น ปาแลร์โม่ สามารถใช้ระบบซื้อมาขายไป ทำกำไรให้ทีม และยังหาตัวใหม่มาทดแทนได้ตลอด และทีมชุดแรกที่เขย่าลีกรองก็เริ่มขึ้นโดยเริ่มจากการดึงตัว ฟรานเชสโก้ กุยโดลิน เข้ามาทำทีมในปี 2004 และตามด้วยนักเตะชุดใหญ่ชุดสำคัญที่

ทำให้ ปาแลร์โม่ ถูกรู้จักในวงกว้าง ดีแค่ไหนก็ไม่ได้ใจเธอกุยโดลิน พร้อมลูกทีมอย่าง ลูก้า โทนี่, ยูเจนิโอ คอรินี่, ฟาบิโอ กรอสโซ่ และ 2 พี่น้องฟิลิปปินี่ คือทีมงานชุดพาทีมเลื่อนชั้นสู่ เซเรีย อา ในปี 2004 และถูกจดจำในฐานะจอมล้มยักษ์แห่ง เซเรีย อา ณ เวลานั้น ก่อนใช้เวลาเพียงปีเดียวสามารถจบอันดับ 5 ไปเล่นฟุตบอล ยูโรปา ลีก ได้อีกด้วย ความจริงทีมควรจะไปในทิศทางที่ดีหากเขาปล่อยให้ กุยโดลิน และทีมงานซื้อขายดำเงินงานตัวเองต่อไปตามทิศทางการการสร้างทีมฟุตบอลทีมหนึ่ง ทว่าในการบริหารงานแบบ “ข้าเป็นใหญ่” คำสั่งของเขาถือเป็นคำเด็ดขาด การประชุมบอร์ดบริหารมีขึ้นเพื่อพยักหน้าตามที่เขาสั่งเท่านั้น นั่นคือเหตุผลที่ว่า ปาแลร์โม่ จึงเป็นทีมที่ไม่มีความนิ่งเลย กล่าวคือจะบอกว่าเป็นทีมกลางตารางก็ไม่ใช่ หัวตารางก็ไม่เชิง หรือจะบอกว่าเป็นทีมหนีตายก็ไม่ถูกต้องทั้งหมด พวกเขามีฤดูกาลที่แปลกแตกต่างกันออกไปแบบจับทางไม่ถูก เหตุผลง่าย ๆ ที่เป็นเช่นนั้นคือโค้ชของพวกเขาไม่เคยซ้ำหน้ากันเกินครึ่งปีเลยนับ

ตั้งแต่ ซามปารินี่ เข้ามาซื้อทีมแม้แต่ กุยโดลิน ที่ทำทีมได้ดีที่สุดและมาไกลที่สุดก็ยังโดน ซามปารินี่ ปลดออก แถมไม่ได้แค่ครั้งเดียว แต่ถึง 4 ครั้ง ที่ กุยโดลิน ผิดใจกับเขาและ ซามปารินี่ ก็ปลดเขาออกทันที โดยในช่วงปี 2006-07 กุยโดลิน โดนเด้งออกในเดือนเมษายน ทว่าหลังจากนั้นเดือนเดียว ซามปารินี่ ก็ดึงตัวเขากลับมาคุมทีมใหม่ แต่หลังจากนั้นอีกหนึ่งเดือน (มิถุนายน) เขาก็โดนไล่ออกจากตำแหน่ง … เข้า ๆ ออก ๆ เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “การอยู่ในตำแหน่งกุนซือ ปาแลร์โม่ ได้รวมถึง 126 เกม ภายใต้การมีเจ้านายอย่าง ซามปารินี่ ถือเป็นงานที่ยิ่งกว่า

UFABETWINS

ประสบความสำเร็จ มั่นใจได้เลยว่าประสบการณ์ทำงานของเขาจะต้องไม่เหมือนใครแน่ การรับมือกับ ซามปารินี่ นั้นหนักหน่วงและไม่แปลกเลยที่จะมีเพียงแค่ กุยโดลิน เท่านั้นที่ทนได้” นี่คือสิ่งที่ Il Giornale di Sicilia บรรยายถึงความยากลำบากในการทำงานของกุนซือของ ปาแลร์โม่ ในวันที่ เมาริซิโอ ซามปารินี่ เป็นประธานสโมสร ชายชราอารมณ์ร้อนพร้อมจะด่าทุกคนที่ขวางหน้า และตัดสินใจได้ราวกับสายฟ้าแลบ ถ้าเขาไม่ชอบคือไล่ออกเลย ณ ตอนนั้น แต่ถ้าอารมณ์ดีขึ้นเมื่อไหร่เขาก็พร้อมจะกลับมาง้อคนที่เคยด่าออกสื่อ”ฟรานเชสโก้ กุยโดลิน คือคนที่เก่งที่สุดที่ผมเคยจ้าง แต่ยังมีคนเก่ง ๆ อีกหลายคนที่เคยทำงานกับผมทั้ง ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ, อัลแบร์โต้ ซัคเคโรนี่, เซซาเร่ ปรันเดลี่ และ จามเปาโล เวนตูร่า เป็นต้น” ซามปารินี่ กล่าว”มันมีหลายอย่างเกิดขึ้น ยกตัวอย่างนะ โค้ชอย่าง เวนตูร่า เนี่ยเก่งอยู่นะ แต่เขาเป็นโค้ชทีมใหญ่ไม่ได้หรอก เขาเป็นพวกชอบเก็บตัว นิสัยไม่ค่อยเปิดเผยเท่าไหร่ และนั่นคือเหตุผลที่ทำไมผมถึงไล่เขาออก” นี่คือ

หนึ่งในบทสัมภาษณ์ที่ยืนยันได้ว่า ซามปารินี่ มีนโยบายการทำทีมที่ร้อนแรงขนาดไหน นอกจาก กุยโดลิน แล้วยังมีโค้ชอีกหลายคนที่เคยคุมทีม ปาแลร์โม่ 2 ครั้งขึ้นไปได้แต่ ซิลวิโอ บัลดินี่, สเตฟาโน่ โคลันทูโอโน่, เดลิโอ รอสซี่, จาน ปิเอโร กาสเปรินี่, ดาวิเด้ บายาร์ดินี่ และ จูเซปเป้ ซานนิโน่ โดยระยะการทำงานของพวกเขาเหล่านี้ไม่มีใครเคยมีอายุงานเกิน 6 เดือนเลยแม้แต่ครั้งเดียว … ไม่ว่าจะผลงานดีหรือแย่ ขอแค่คุณอยู่ไม่เป็น คุณก็พร้อมจะโดนเด้งแทบทุกนาที หรือถ้าไม่โดนเด้งก็ต้องลุ้นว่าเขาจะปฎิบัติกับคุณอย่างไร ริโน่ ฟอสชี่ อดีตผู้อำนวยการฟุตบอลของ ปาแลร์โม่ เคยเล่าว่าครั้งหนึ่งเขาพูดในสิ่งที่ไม่เข้าหู ซามปารินี่ ผลคือเขาโดนตบหน้า และหลังจากนั้นไม่กี่วันให้หลังเขาก็โดนไล่ออก

 

คลิ๊กเลย >>>  UFABETWINS

อ่านข่าวเพิ่ม >>>  บ้านผลบอล

สนับสนุนเว็บแทงบอลออนไลน์ โดย UFABET